45 ปี เซ็นทรัลฯ ประกาศแนวรบแผนลงทุน 5 ปีจัด 1.2 แสนล้านสู้เศรษฐกิจ

วาระ 45 ปี ทีมบริหารเซ็นทรัลพัฒนาประกาศวิสัยทัศน์ ‘Pioneering Growth & Beyond’ และแผนพัฒนาเมกะโปรเจกต์ ปั้น New CBD ในกรุงเทพฯ และมิกซ์ยูสยิ่งใหญ่พัฒนาความเจริญทั่วประเทศ เดินหน้าลงทุนตามแผน 5 ปีกว่า 1.2 แสนล้านบาท

20 มี.ค.- ในโอกาสครบรอบ 45 ปี ทีมผู้บริหารระดับสูงของเซ็นทรัลพัฒนานำโดย นางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา นางสาวนภารัตน์ ศรีวรรณวิทย์ CFO and President, Hotel and Office ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา Chief Marketing Officer และ นายอิศเรศ จิราธิวัฒน์ Head of Leasing – Fashion & Luxury นำทีมบริหารแถลงถึง วิสัยทัศน์ในการพัฒนาสู่เศรษฐกิจปัจจุบันว่า ภายในปี ’68 พัฒนามิกซ์ยูสครบ 30 แห่งทั่วประเทศ พร้อมเผยโครงการใหม่ ได้แก่ ‘Central Northville’ พลิกโฉมย่านรัตนาธิเบศร์ด้วยมิกซ์ยูสที่ใหญ่ที่สุดใจกลางนนทบุรี, บุกอีสาน ‘Central Khonkaen Campus’ โครงการแห่งที่ 2 รองรับการเติบโตขอนแก่น และยกระดับ Master Planning ใหม่ของ ‘Central Chiangmai Airport’ ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ และขยายพื้นที่ลักชูรี่ ‘Central Phuket’ รับดีมานด์ Quality Tourists และเตรียมเปิด ‘Central Krabi’ ต.ค. นี้

นางสาววัลยากล่าวว่า ตลอด 45 ปี เซ็นทรัลพัฒนามุ่งมั่นเติบโตเคียงข้างลูกค้า คู่ค้า พนักงาน และชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ ด้วยกลยุทธ์การพัฒนา Retail-Led Mixed-Use Development ที่ให้ความสำคัญกับ 4 เรื่อง ได้แก่ Best Location, Best Catchment Analysis, Best Master Planning การวางแผนและออกแบบให้ทุกองค์ประกอบเชื่อมโยงกันอย่างลงตัว, และ Best Partners ที่มีความเชี่ยวชาญ โดยปีที่ผ่านมาบริษัทฯ ประสบความสำเร็จ All-Time High ในทุกมิติและในทุกธุรกิจทั้ง Retail-Residence-Hotel-Office

โดย ‘Central Chiangmai Airport’ (เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต) พลิกโฉม Retail Landscape ยกระดับ Master Planning ใหม่ บนที่ดิน 130 ไร่ พื้นที่ศูนย์การค้า (GBA) 173,000 ตร.ม. โดยมี Muji’s First Flagship Store ในภาคเหนือ พร้อมแบรนด์ดังใหม่ๆ รวมถึงขยายโซนกาดหลวง Indoor Local Market มากขึ้นถึง 3 เท่ารวมเป็น 10,000 ตร.ม. และยังมีโซน Hug Craft & Northern Village เป็น Tourist Magnet โดยเตรียมเปิดช่วง Q2 ปี 2569 โครงการยังประกอบด้วย Convention Hall, Tourist Hub และ Multi-Generation Space รวมถึง Go Wholesale แห่งแรกในภาคเหนือ และมีแผนพัฒนาโรงแรม และคอนโดมิเนียมในอนาคต

นางสาวนภารัตน์ ศรีวรรณวิทย์ CFO and President, Hotel and Office บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า ปีที่ผ่านมาบริษัทฯ ประสบความสำเร็จ All-Time High ในทุกมิติทั้งรายได้รวมที่ 51,843 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 16,729 ล้านบาท พร้อมสร้างผลตอบแทนที่สูงแก่ผู้ถือหุ้น อีกทั้งดึงดูด All-Time High Traffic รวมกว่า 500 ล้าน Visits ต่อปี และมีนักท่องเที่ยวมาที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลถึง 67 ล้าน Visits ต่อปี สำหรับธุรกิจ Non-Retail ประสบความสำเร็จเช่นกัน โดยธุรกิจ Residence เติบโตทั้งแนวราบและแนวสูง คอนโดมิเนียมติดศูนย์การค้าเซ็นทรัลได้รับความนิยมสูง ทั้งเอสเซ็นท์ นครสวรรค์, นครปฐม, นครศรีธรรมราช ขายหมดอย่างรวดเร็ว ขณะที่ธุรกิจ Hotel ขยายต่อเนื่อง ปีที่แล้วเปิด Hilton Garden Inn Rayong และเดินหน้าเปิด GO! Hotel อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ธุรกิจ Office มีความแข็งแกร่ง โดยปลายปีที่ผ่านมามี Occupancy Rate กว่า 90%

นอกจากนี้ ทีมผู้บริหารระดับสูงของเซ็นทรัลพัฒนาร่วมเผยข้อมูล Insights และกลยุทธ์ผลักดันยอดขายและสร้างความสำเร็จเป็น Trusted Partner ที่พร้อมผลักดันให้พันธมิตรเติบโตไปพร้อมกัน โดยศูนย์การค้าเซ็นทรัลประสบความสำเร็จเป็น Thailand’s Largest Retail Destination for Global Brands ซึ่งปัจจุบันกว่า 80% ของแบรนด์ระดับโลกเลือกมาเปิด First Time in Thailand ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล และมี Flagship Stores มากถึง 50 ร้าน หลายแบรนด์มีสาขาที่ประสบความสำเร็จในด้านยอดขายในระดับ Top Rank สำหรับอีกหนึ่งความสำเร็จในการดูแลพาร์ทเนอร์คู่ค้า คือการสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจด้วย The 1 Biz เครื่องมือ CRM ที่ช่วยขับเคลื่อนยอดขาย ล่าสุดแบรนด์ที่เข้าร่วมมีอัตราการเติบโตสูงสุดถึง 3 เท่า ปีที่ผ่านมาสมาชิก The 1 แลกพอยท์ในโซนร้านค้ากว่า 300 ล้านพอยท์ และบิลที่สะสมพอยท์สูงสุดแตะ 3.4 ล้านบาท นอกจากนี้ เรายังได้สร้าง Experience Application ‘Central X’ เพื่อเชื่อมโยงประสบการณ์แบบ O2O

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ขับเคลื่อนสู่อนาคตภายใต้เจตจำนงค์ของแบรนด์ Imagining better futures for all โดยตลอด 45 ปี ได้สนับสนุนสังคมและชุมชนกว่า 5,000 ล้านบาท ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน, พื้นที่สาธารณประโยชน์ และโอกาสทางการศึกษา ด้านสิ่งแวดล้อม เราเดินหน้าสู่ Net Zero 2050 ได้รับการจัดอันดับ DJSI Best-in-Class 7 ปีซ้อน และเป็นอสังหาฯ รายแรกที่ออก ‘Green Bond’ อีกทั้งทุกศูนย์การค้าติดตั้ง Solar Rooftop, EV Charging Station พร้อมขับเคลื่อนโครงการ Green Partnership เพื่อลดก๊าซเรือนกระจกร่วมกับพันธมิตรร้านค้า.